ข้ามไปเนื้อหา
คู่มือผู้ดูแลระบบ

คู่มือตั้งค่าสำหรับผู้ดูแลระบบ

คู่มือแบบครบวงจรสำหรับผู้ดูแลระบบ ตั้งแต่การสมัครใช้งาน เพิ่มผู้ใช้ เปิดใช้แอปพลิเคชันเดสก์ท็อป ตั้งค่าการลงชื่อเข้าใช้ระดับองค์กร ไปจนถึงการกำกับดูแล Amazon Quick ทั่วทั้งองค์กรของคุณ

ข้อมูลตรวจกับเอกสารทางการของ AWS เมื่อ 17 ต.ค. 2026

เส้นทางของผู้ดูแลระบบ

กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ดูแลระบบ Amazon Quick และทีม IT ที่ต้องการ rollout Quick Desktop ให้ทั้งองค์กร โดย 6 ขั้นตอนด้านล่างจะพาคุณตั้งแต่การสมัครใช้งานไปจนถึงการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง

1. เลือกแพ็กเกจ

สร้างบัญชีและตั้งค่า home region

2. เพิ่มผู้ใช้

เชิญผู้ใช้และกำหนด role

3. เปิดเดสก์ท็อป

เปิด extension access ระดับองค์กร

4. ตั้งค่าลงชื่อเข้าใช้

ตั้งค่า enterprise SSO (OIDC)

5. แจกจ่าย

ติดตั้งแอปให้ผู้ใช้

6. กำกับดูแล

จัดการข้อมูล สิทธิ์ และการตรวจสอบ

ข้อกำหนดเรื่อง home Region: แอปเดสก์ท็อป Amazon Quick เปิดให้ใช้งานทั่วไป (GA) บน macOS และ Windows ตั้งแต่ 9 ก.ย. 2026 ใน 7 Regions: US East (N. Virginia), Asia Pacific (Sydney), US West (Oregon), Europe (Ireland), Europe (London), Asia Pacific (Tokyo) และ Europe (Frankfurt) ไม่มี Asia Pacific (Singapore) และ Asia Pacific (Thailand) ในรายการนี้ สำหรับการลงชื่อเข้าใช้ระดับองค์กร home Region (identity Region) ของบัญชีต้องเป็น Region ที่รองรับ และเดสก์ท็อปมีเฉพาะ Region ที่รองรับฟีเจอร์ Amazon Quick ครบชุด ไม่รวม Region ที่มีแค่ Quick Sight โปรดยืนยันก่อนเพิ่มผู้ใช้ ที่มา: What's New, Setting up Amazon Quick on desktop for enterprise deployments

ขั้นตอนที่ 1 — เลือกแพ็กเกจและสร้างบัญชี

Amazon Quick มี 5 แพลน: Free, Plus, Max, Professional และ Enterprise (ราคาตรวจเมื่อ 17 ต.ค. 2026) การเลือกขึ้นอยู่กับว่าต้องการบัญชีสำหรับบุคคลและทีม หรือต้องการการกำกับดูแลและ identity federation ระดับองค์กรเต็มรูปแบบ ที่มา: ราคา Amazon Quick · หน้าราคาในเว็บนี้

แพ็กเกจเหมาะกับวิธีสร้าง
Freeบุคคลที่เริ่มต้นใช้ ไม่ต้องมีบัญชี AWS ($0)สมัครด้วยอีเมล, Google, Apple, Amazon หรือ GitHub ที่หน้าสมัคร Amazon Quick
Plusทีมไม่เกิน 300 คนที่ต้องการ shared Spaces, การจัดการผู้ใช้ และรวมบิล ($20/user/เดือน รายปี, $25 รายเดือน)สมัครแบบเดียวกัน แล้วเลือก Plus ผู้สมัครใหม่ได้ทดลอง Plus 30 วัน (ตาม FAQs)
Maxผู้ใช้หนักที่ต้องการ capacity มากขึ้น ($100/user/เดือน รายปี, $125 รายเดือน)สมัครแบบเดียวกัน แล้วเลือก Max
Professional / Enterpriseองค์กรที่ต้องการการกำกับดูแล, enterprise SSO และจัดการ assets ในวงกว้าง ($20 หรือ $40/user/เดือน + $250/account/เดือน)สมัครด้วย บัญชี AWS (AWS Management Console)

Free / Plus / Max (ไม่ต้องมีบัญชี AWS)

การสมัคร Free และช่วงทดลองสำหรับผู้สมัครใหม่ไม่ต้องมีบัญชี AWS หรือบัตรเครดิต (ตาม FAQs) ส่วน Plus และ Max เป็นแพลนแบบชำระเงิน แต่ยังสมัครผ่านอีเมลหรือ social account โดยไม่ต้องมีบัญชี AWS ผู้ใช้ลงชื่อเข้าแอปเดสก์ท็อปด้วย Continue with แล้วเลือกอีเมล, Amazon, Apple, Google หรือ GitHub แหล่งทางการให้ข้อมูลแอปเดสก์ท็อปบน Free ไม่ตรงกัน จึงต้องตรวจแพลนของคุณ

Professional / Enterprise (บัญชี AWS)

สร้าง subscription ด้วยบัญชี AWS เอกสารการตั้งค่าการลงชื่อเข้าใช้เดสก์ท็อประดับองค์กรระบุว่า "Applies to: Enterprise Edition" และรองรับ identity ทุกแบบ: IAM Identity Center, IAM federation และผู้ใช้แบบ native ของ Amazon Quick

เส้นทางไหนใช้กับแอปเดสก์ท็อป? การตั้งค่าการลงชื่อเข้าใช้เดสก์ท็อประดับองค์กร (OIDC, Continue with SSO) ที่มีในเอกสารใช้กับ Enterprise Edition เอกสาร AWS ระบุว่า "If you are using a Free or Plus account, this section does not apply to you." และยังไม่ได้กล่าวถึงแพลน Max ที่เพิ่มภายหลัง และหน้า pricing กับ FAQs ทางการให้ข้อมูลไม่ตรงกันว่าแพลน Free มีแอปเดสก์ท็อปหรือไม่ โปรดตรวจแพลนของคุณ (ดูหมายเหตุในหน้าราคา)

ขั้นตอนที่ 2 — เพิ่มและจัดการผู้ใช้

ผู้ดูแลระบบจัดการสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้ภายใน Amazon Quick โดยวิธีขึ้นกับการตั้งค่า identity ของบัญชี: ถ้าใช้ IAM Identity Center หรือ Active Directory ให้กำหนด groups เข้ากับ role ของ Quick ถ้าใช้ผู้ใช้ Quick และ IAM ให้จัดการผู้ใช้และ role ทีละคน เปิด administration console ด้วย Manage account ที่มา: Managing user access inside Amazon Quick

1

เปิดส่วนจัดการผู้ใช้

ลงชื่อเข้า Amazon Quick administration console แล้วเลือก Manage account จากนั้นเปิดส่วนจัดการผู้ใช้ บัญชีที่ใช้ IAM Identity Center หรือ Active Directory ให้กำหนด groups เข้ากับ role ส่วนผู้ใช้ Quick และ IAM ให้เชิญด้วยอีเมล

2

กำหนด role ให้ groups หรือเชิญผู้ใช้

บัญชีที่ใช้ IAM Identity Center หรือ Active Directory ให้กำหนด groups เข้ากับ Quick roles ส่วนผู้ใช้แบบ Quick และ IAM ให้เชิญด้วยอีเมลและกำหนด role ที่ต้องใช้ (ดูตาราง role ด้านล่าง)

3

ทางเลือก — เปิด self-provisioning

สำหรับบัญชีที่ใช้ IAM คุณสามารถให้ผู้ใช้สร้างตัวเองได้โดยให้สิทธิ์ action quicksight:CreateAdmin (หรือ action สร้างผู้ใช้ที่เทียบเท่าสำหรับ role เป้าหมาย) ใน IAM policy ของพวกเขา

4

ทางเลือก — จัดระเบียบด้วย namespaces

ใช้ namespaces เพื่อแยกกลุ่มผู้ใช้และ assets ออกจากกันภายในบัญชีเดียวกัน — มีประโยชน์สำหรับทีมแบบ multi-tenant หรือทีมที่ต้องการการแยกอย่างเข้มงวด

Roleสิทธิ์โดยทั่วไป
Adminสิทธิ์ดูแลระบบเต็มรูปแบบ: จัดการผู้ใช้ การตั้งค่าบัญชี การเรียกเก็บเงิน data sources สิทธิ์ และ assets
Authorสร้าง data sources, datasets, analyses และ dashboards รวมถึงแชร์ analyses และ dashboards แต่ไม่มีสิทธิ์ดูแลบัญชี
Readerดูและโต้ตอบกับ dashboards ที่แชร์ได้ แต่บันทึกการเปลี่ยนแปลง สร้างเนื้อหา หรือดูแลบัญชีไม่ได้
Admin Pro / Author Pro / Reader Prorole แบบ Pro ที่กำหนดให้ groups ได้เช่นกัน Author Pro เพิ่มการสร้างเนื้อหาด้วยภาษาธรรมชาติ, knowledge bases, actions และ advanced automation ส่วน Reader Pro เพิ่ม AI chat agents, collaborative Spaces, Flows และ extensions เอกสาร AWS ระบุว่า Reader Pro ตรงกับ subscription Amazon Quick Professional และ Author Pro ตรงกับ subscription Enterprise
อีเมลต้องตรงกันสำหรับการลงชื่อเข้าใช้ระดับองค์กร: เมื่อคุณตั้งค่าการลงชื่อเข้าใช้ด้วย OIDC ในภายหลัง อีเมลใน identity provider ต้อง ตรงกันทุกตัวอักษร กับอีเมลของผู้ใช้ใน Amazon Quick จึงควรเพิ่มผู้ใช้ด้วยอีเมลองค์กรเพื่อเลี่ยงปัญหาการลงชื่อเข้าใช้ไม่ตรงกัน

ขั้นตอนที่ 3 — เปิดใช้แอปพลิเคชันเดสก์ท็อป

สำหรับบัญชี Enterprise การลงชื่อเข้าใช้ระดับองค์กรบนแอปเดสก์ท็อปเปิดด้วย 2 ขั้นใน console: เพิ่ม extension access ใน administration console แล้วสร้าง extension ในหน้า Extensions ทั้งสองขั้นทำครั้งเดียวในระดับบัญชี ที่มา: Setting up Amazon Quick on desktop for enterprise deployments

1

เพิ่ม extension access

ใน Amazon Quick administration console เลือก Manage account แล้วใต้ Permissions เลือก Extension access → Add extension access เลือก Amazon Quick (Desktop application for Quick) แล้วกรอก Issuer URL, Authorization Endpoint, Token Endpoint, JWKS URI และ Client ID จาก IdP (ดูขั้นตอนที่ 4) extension access แก้ไขหลังสร้างไม่ได้ ถ้าค่าผิดต้องลบแล้วเพิ่มใหม่

2

สร้าง extension

ใน Amazon Quick console เลือก Extensions ในเมนูด้านซ้าย (หรือใต้ More) เลือก Add extension เลือก extension access Desktop application for Quick กด Next แล้ว Create

3

ไม่ต้องตั้งค่ารายผู้ใช้

เมื่อสร้าง extension แล้ว ผู้ใช้ทุกคนในบัญชีลงชื่อเข้าใช้ระดับองค์กรได้ทันที ถ้ามีแค่ extension access แต่ไม่ได้สร้าง extension ผู้ใช้จะเห็นข้อความ "Enterprise sign-in for Quick Desktop has not been configured for this account."

สิ่งที่แอปเดสก์ท็อปเพิ่ม และข้อมูลอยู่ที่ไหน: แอป native สำหรับ macOS และ Windows ทำงานกับไฟล์ในเครื่อง, MCP server และ coding agent ในเครื่อง และ routines ใน Mission Control ได้โดยตรง Amazon Quick ทำงานบนคลาวด์: บทสนทนา, memory, knowledge graph, Library และ search index เก็บแยกรายผู้ใช้ในบัญชี Amazon Quick ส่วนแอปเดสก์ท็อปเก็บแค่ค่าตั้งค่าแอป, สิทธิ์โฟลเดอร์, การตั้งค่า MCP และ coding agent ในเครื่อง และ token สำหรับลงชื่อเข้าใช้ (ใน credential vault ของระบบปฏิบัติการ) การเพิ่มโฟลเดอร์ใน Customize > Knowledge เป็นแค่การให้สิทธิ์เข้าถึง แต่ถ้าเปิด full-content search หรือ "Always remember file information" ไฟล์ในโฟลเดอร์นั้นจะถูกอัปโหลด Routines ทำงานบนคลาวด์แม้ปิดเครื่อง ยกเว้นขั้นตอนที่ต้องใช้ไฟล์ในเครื่อง, browser automation หรือรันโค้ดในเครื่อง ซึ่งต้องเปิดเครื่องและแอปเชื่อมต่ออยู่ ต้องใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับการลงชื่อเข้าใช้ การเข้าถึงโมเดล AI และบริการที่เชื่อมต่อ ที่มา: Security, privacy, and architecture, Knowledge, Mission Control

ขั้นตอนที่ 4 — ตั้งค่าการลงชื่อเข้าใช้ระดับองค์กร (OIDC)

สำหรับบัญชี Enterprise ให้เชื่อมต่อ identity provider ที่รองรับ OIDC เพื่อให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ด้วยข้อมูลรับรองขององค์กร (Continue with SSO) AWS มีเอกสารการตั้งค่าสำหรับ IdP 4 ราย — เริ่มจากคู่มือของ IdP ที่คุณใช้

วิธีที่มีในเอกสาร: ใช้ IdP ของคุณ

ลงทะเบียน public OIDC client ใน IdP, เพิ่ม extension access, สร้าง extension แล้วดาวน์โหลดและทดสอบ คู่มือทางการทีละขั้น:

Microsoft Entra ID
Google Workspace
Okta
Ping Identity (PingFederate และ PingOne)

เปิดคู่มือ Enterprise SSO (OIDC) ในเว็บนี้

ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

Redirect URI: http://localhost:18080
ประเภท client: Public / native client, authorization code flow พร้อม PKCE
Scopes: Microsoft Entra ID, Okta และ Ping Identity ใช้ openid profile email offline_access ส่วน Google Workspace ใช้ openid email profile โดย Quick เพิ่ม access_type=offline ให้อัตโนมัติ
การเซ็น ID token: ต้องเป็นแบบ asymmetric (RS*, PS*, ES*) ไม่รับ HS* และ none
อีเมล: ต้องตรงกับอีเมลของผู้ใช้ใน Amazon Quick ทุกตัวอักษร
Region: ตอนลงชื่อเข้าใช้เลือก AWS Region หรือเลือก Dynamic

วิธีแก้ชั่วคราว (ไม่ใช่วิธีที่ AWS ระบุไว้ในเอกสาร): Amazon Cognito + proxy สำหรับผู้ใช้ IAM Identity Center แอป Amazon Quick Desktop ขอ scope offline_access ซึ่ง IAM Identity Center ไม่รับ ทำให้ลงชื่อเข้าใช้ผ่าน IAM Identity Center โดยตรงไม่ได้ ทีม AWS Thailand ใช้วิธีแก้หน้างานโดยวาง Amazon Cognito ไว้หน้า IAM Identity Center และเพิ่ม proxy เล็ก ๆ ที่ authorize endpoint เพื่อตัด offline_access ออกก่อนคำขอไปถึง identity provider ตัวเลือกที่ทีมใช้คือ CloudFront Function ส่วน API Gateway proxy เป็นทางเลือก ทั้งสองแบบไม่ใช่การตั้งค่าที่ AWS แนะนำหรือระบุไว้ในเอกสาร — ใช้คู่มือ IdP ทางการด้านบนเมื่อทำได้ และทดสอบวิธีนี้กับกลุ่มนำร่องก่อน รายละเอียด: คู่มือ Enterprise SSO (OIDC)

ขั้นตอนที่ 5 — แจกจ่ายแอปพลิเคชันเดสก์ท็อป

เมื่อสร้าง extension แล้ว ให้ติดตั้งแอปลงในเครื่องของผู้ใช้ จะให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดเองหรือ deploy ผ่าน MDM ก็ได้ ที่มา: Getting started (desktop) · Deploying to a managed fleet with MDM

ดาวน์โหลดด้วยตนเอง

ใน Amazon Quick บนเว็บ ผู้ใช้เลือก Extensions ในเมนูด้านซ้าย (หรือใต้ More) เลือก extension ของ Quick Desktop เปิดเมนู (...) แล้วเลือก Download for Windows หรือ Download for Mac เอกสารยังมีลิงก์ดาวน์โหลดตรง (macOS Apple Silicon .dmg, Windows x64 .exe) จากนั้นติดตั้ง เปิดแอป แล้วเลือก Continue with SSO

ส่งผู้ใช้ไปยังคู่มือการติดตั้ง

Deploy แบบบริหารจัดการ / MDM

สำหรับการ rollout จำนวนมาก ให้ใช้ตัวติดตั้งแบบ per-machine จาก desktop.downloads.quick.aws.com (ไม่ใช่ตัวติดตั้งรายผู้ใช้): macOS เป็น .pkg ที่เซ็นแล้ว ติดตั้งลง /Applications ส่วน Windows เป็น Amazon Quick-Admin Setup version.exe ติดตั้งให้ผู้ใช้ทุกคนใน C:\Program Files\Amazon Quick\ ตัวติดตั้ง Windows เป็น NSIS ใน Microsoft Intune ให้ใช้ประเภท Windows app (Win32) และ flag ติดตั้งแบบเงียบ /S (S ตัวใหญ่):

"Amazon Quick-Admin Setup version.exe" /S

ติดตั้งแบบเงียบสำหรับผู้ใช้คนเดียวบน Windows (ติดตั้งให้ผู้ใช้ปัจจุบันใน %LOCALAPPDATA%):

.\Amazon-Quick-Setup.exe /S

บน macOS ด้วย Intune ให้ใช้ประเภท macOS app (PKG) เก็บไว้เฉพาะ bundle หลัก com.aws.QuickWork.mac ใน Included apps และตั้ง Ignore app version เป็น Yes ถ้าต้องการบังคับใช้ SSO อย่างเดียว ให้ deploy managed policy DisableSocialLogin (macOS preference domain com.aws.QuickWork.mac, Windows HKLM\SOFTWARE\Policies\Amazon\Quick) Windows Home ไม่รองรับการ deploy แบบ Win32 app

ทดสอบนำร่องก่อน: rollout ให้กลุ่มนำร่องเล็กๆ ก่อน ยืนยันว่าการลงชื่อเข้าใช้ระดับองค์กรทำงานครบวงจร แล้วค่อยขยาย หากการลงชื่อเข้าใช้ล้มเหลวหลังเปลี่ยนการตั้งค่า ให้ตรวจค่าเทียบกับ IdP และคู่มือ troubleshooting ของ AWS ค่าตั้งค่าแอปในเครื่องอยู่ที่ ~/.quickwork/ (macOS) หรือ %USERPROFILE%\.quickwork\ (Windows) ดูส่วน troubleshooting ในคู่มือ OIDC

ขั้นตอนที่ 6 — กำกับดูแลข้อมูล สิทธิ์ และความปลอดภัย

การดูแลระบบอย่างต่อเนื่องช่วยให้การ deploy ของคุณปลอดภัยและสอดคล้องกับข้อกำหนดเมื่อการใช้งานเติบโตขึ้น

Data sources & การเชื่อมต่อ

ควบคุมว่า connector และ MCP server ใดที่ผู้ใช้เชื่อมต่อได้ เจ้าของ connector ตั้งแต่ละ tool เป็น Let Users Choose (ค่าเริ่มต้น), Always Ask หรือ Disable จากนั้นผู้ใช้เลือก Always Allow, Ask Each Time หรือ Disable ค่าเริ่มต้นของงานเขียน (เช่น ส่งอีเมล) คือ Ask Each Time และงานอ่านคือ Always Allow ดังนั้น Quick จะร่างงานไว้แล้วรอให้ยืนยันก่อน เว้นแต่ตั้งค่าอนุญาตไว้ สิทธิ์นี้ใช้กับ scheduled agents ด้วย tool ใหม่ที่พบตอน MCP sync จะถูกปิดไว้ก่อน ที่มา: Connectors

สิทธิ์ & roles

ใช้ roles (Admin / Author / Reader), groups และ namespaces เพื่อกำหนดขอบเขตว่าใครสร้างเนื้อหาได้หรือเป็นเพียงผู้ใช้งาน ทบทวนสมาชิกที่เป็น admin เป็นประจำและถอนสิทธิ์ผู้ใช้ที่ลาออก

Identity & การเข้าถึง

สำหรับบัญชี Enterprise ให้รวมศูนย์ identity ด้วย OIDC provider ที่มีคู่มือ AWS รองรับ และบังคับใช้ MFA ที่ IdP โดยทำตามคู่มือ desktop enterprise sign-in ของ provider นั้น

การตรวจสอบ & audit

ใช้ AWS CloudTrail เพื่อ audit กิจกรรม API ของผู้ดูแลระบบ และติดตามกิจกรรมผู้ใช้จาก management console กำหนดรอบการทบทวนสิทธิ์และการ offboarding อย่างสม่ำเสมอ

Least privilege เป็นค่าเริ่มต้น: เริ่มต้นให้ผู้ใช้เป็น Reader หรือ Author และให้ Admin เฉพาะทีมเล็กๆ ที่จำเป็นเท่านั้น จำกัดขอบเขต data source ให้เหลือเท่าที่แต่ละทีมต้องใช้จริง
Compliance: AWS ระบุว่า Amazon Quick ทั้งบนเว็บ เดสก์ท็อป และมือถือ อยู่ในขอบเขตของ FedRAMP, HIPAA, PCI DSS, SOC 1/2/3, ISO 9001/27001/27018/27019, C5 และ HITRUST CSF การอยู่ในขอบเขตไม่ได้ทำให้ workload ของคุณ compliant เอง และ Region ที่ได้รับอนุญาตต่างกันตามแต่ละโปรแกรม — ตรวจสถานะล่าสุดในหน้า AWS ที่ลิงก์ไว้ก่อนใช้อ้างอิง ข้อมูลของคุณไม่ถูกใช้ฝึกโมเดล AI ที่มา: Compliance validation for Amazon Quick, Security, privacy, and architecture

เช็กลิสต์การ rollout สำหรับผู้ดูแลระบบ

เช็กลิสต์ก่อนเปิดตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนประกาศใช้ Quick Desktop ให้องค์กรของคุณ

รายการเสร็จเมื่อ…
แพ็กเกจ & บัญชีแพ็กเกจที่ถูกต้องเปิดใช้งานอยู่ และ home Region เป็นหนึ่งใน 7 Regions ของเดสก์ท็อป (สำหรับบัญชีเดสก์ท็อป)
เพิ่มผู้ใช้แล้วกำหนด role ให้ผู้ใช้หรือ groups แล้ว โดยใช้อีเมลองค์กรที่ตรงกับ IdP
Extension เดสก์ท็อปเพิ่ม extension access และสร้าง extension Desktop application for Quick แล้ว
การลงชื่อเข้าใช้ระดับองค์กรทดสอบ Continue with SSO ครบวงจรแล้ว (บัญชี Enterprise)
การแจกจ่ายติดตั้งแอปด้วยตัวติดตั้งแบบ per-machine กับกลุ่มนำร่องและตรวจสอบแล้ว พร้อม rollout วงกว้าง
ธรรมาภิบาลตั้งสิทธิ์ tool ของ connector, MFA ที่ IdP, managed policies และ audit logging เรียบร้อยแล้ว

แหล่งอ้างอิง

เอกสารและแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการของ AWS ที่ใช้ในหน้านี้